3.06.2008
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว จำไม่ได้หรอกว่าทำอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆ ยังเริงร่า ลันลา รอเปิดเทอมใหม่ หลังจากร้างลากับการเรียนมาเกือบสิบปี กลับไปโรงเรียนอีกที คราวนี้ขยันเรียนเชียว ก็จ่ายค่าเทอมเองนี่นะ ไม่มีอีกแล้วทุนพ.ก. อย่าว่าแต่ทุนเรย ตัวพ.ก. คนแจกทุนยังไม่ยอมอยู่แล้วด้วยซ้ำ เฮ้อ...หนีกันไปซะด้ายยย
อีกห้าเดือนต่อมา จบไปได้เทอมหนึ่ง เอ๊อ ก็มาถูกทางนะ ยังร่าเริง ติดหนังติดละครอะไรไปเรื่อย เปิดเทอมสองมายังตาค้างนั่งดู สตรีโฉด (Bad Girls) สะกิดต่อมสำเนียงอังกริดให้ทำงานโอเว่อร์โหลดอยู่เรย
11.06.2008
จู่ๆ สมาชิกก็มาหนีจากกันไป..ซะงั้น วันเสาร์ยังตะกายครัวอยู่ยิกๆ วันพฤหัสหนีกันไปซะแร้ว ร้องไห้ขี้มูกโป่งกันไปทั้งบ้าน ..อนิจจา ทาทาแมว...คิดถึงนะเนี่ย
3.06.2009
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น...ซะงั้น วุ่นอยู่คนเดียวซะด้วย แถมวัยก็ไม่เอื้ออีกตะหาก เซ็งเป็ด ไม่ได้ขอ...มาทำไมกันฟระ
เขาถึงได้บอกว่า อะไรๆ ก็ไม่แน่ไม่นอน แต่เจอแบบนี้เข้าก็ไม่เป็นอันกินอันนอน บ่นงึมงำๆ อยู่คนเดี๊ยว
คำศัพท์ที่ได้จากนิทานเรื่องนี้: what a difference a day makes
ไม่ได้เข้าใจความหมายจริงๆ จังๆ จนเจอเข้ากับตัวเอง วันเดียวจริงๆ ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น หน้ามือกลายเป็นหลังเต่าได้จริงๆ ไม่เชื่ออย่าลบลู่
หนึ่งในวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลเลิศ ก็ยังไม่วายวกเข้าเรื่องเรียน once a nerd, always a nerd. ใครอยากเอาไปใช้มั่งก็ไม่หวงไม่ห้าม แต่ไม่รับประกันความบอบช้ำ กรุณาตามเช็ดเลือดกันเอาเอง โปรดอ่านคำเตือนซ้ำอีกครั้ง.....
เอาวะ come what may อะไรจะบังเกิดก็มาเถิดแก อย่างมากก็ จุดจุดจุด
แต่เด็กคนเนี้ย วันไหนก็ไม่รู้ ยี่สิบสามสิบปีมาแระ น่ารักเชียว

Well, what a difference 30 years can make...
*Sigh*

No comments:
Post a Comment